top of page

กระจกสีสเตนกลาสยุค Modern & Contemporary | เมื่อกระจกกลายเป็นงานศิลปะร่วมสมัยในบ้านยุคใหม่

กระจกสีในยุค Modern และ Contemporary คือช่วงเวลาที่สเตนกลาสถูกปลดปล่อยจากกรอบเดิมทั้งหมดอย่างแท้จริง ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องศาสนา ไม่จำเป็นต้องเป็นลวดลายดอกไม้แบบ Art Nouveau และไม่จำเป็นต้องยึดติดกับความหรูหราแบบคลาสสิกอีกต่อไป กระจกสีในยุคนี้กลายเป็น “ศิลปะบริสุทธิ์” ที่พูดผ่านรูปทรง สี แสง และอารมณ์ล้วน ๆ


ถ้าย้อนดูประวัติ กระจกสีเคยเป็นสื่อกลางของศรัทธา เคยเป็นเครื่องมือเล่าเรื่อง เคยเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรา แต่ในยุค Modern มันเริ่มถูกมองใหม่ว่าเป็นวัสดุศิลปะที่มีพลังในตัวเอง ไม่ต้องพึ่งเรื่องราว ไม่ต้องพึ่งสัญลักษณ์ใด ๆ แค่การจัดวางแผ่นกระจก สี และแสง ก็สามารถสื่อสารอารมณ์ได้แล้ว


หัวใจของกระจกสี Modern คือ “ความเรียบ” และ “ความชัด” ลวดลายมักเป็นรูปทรงเรขาคณิต เส้นตรง เส้นเฉียง ช่องสี่เหลี่ยม วงกลม หรือการแบ่งพื้นที่ด้วยแผ่นสีที่นิ่ง สงบ และมีจังหวะ การออกแบบจะคิดเหมือนงาน abstract art มากกว่างานตกแต่ง


สีที่ใช้มีได้ทั้งสองทางสุดขั้ว ทางหนึ่งคือโทนโมโนโทน เช่น ขาว เทา ดำ น้ำตาล ครีม หรือเอิร์ธโทน เพื่อให้กระจกทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรมแบบมินิมอล อีกทางหนึ่งคือสีสดจัดจ้านแบบงานศิลปะนามธรรม เช่น แดง เหลือง น้ำเงิน เขียว ที่วางเป็นบล็อกสีชัด ๆ เพื่อสร้างพลังทางอารมณ์


ในยุคนี้ เส้นตะกั่วเริ่มถูกลดบทบาทลง จากเส้นหนาและเด่นในยุคก่อน กลายเป็นเส้นบาง เรียบ หรือบางงานแทบไม่เห็นเส้นเลย ใช้โครงโลหะบาง ๆ หรือโครงเหล็กแทน เพื่อให้ภาพรวมดูสะอาดตา และให้กระจกทำหน้าที่เป็นแผ่นสีและแสงอย่างแท้จริง


กระจกสี Modern จึงไม่จำเป็นต้อง “หวาน” ไม่จำเป็นต้อง “อ่อนช้อย” แต่มักจะให้ความรู้สึกเท่ สงบ แข็งแรง และมีพลังในแบบเงียบ ๆ เมื่อเข้าสู่ยุค Contemporary แนวคิดก็ยิ่งเปิดกว้างมากขึ้นไปอีก กระจกสีไม่จำกัดว่าต้องเป็นแผงหน้าต่างหรือประตูอีกต่อไป แต่มันสามารถเป็น ผนังศิลปะทั้งแผง ประติมากรรมแสง ฉากกั้นพื้นที่ อินสตอลเลชันอาร์ต หรือแม้แต่งานจัดแสดงในแกลเลอรี


กระจกไม่ได้ทำหน้าที่แค่ “ให้แสงผ่าน” แต่กลายเป็นวัสดุที่ศิลปินใช้สร้างประสบการณ์ให้ผู้ชม แสงที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลาทำให้งานเปลี่ยนอารมณ์ตลอดทั้งวัน งานจึงไม่เคยเหมือนเดิมจริง ๆ


อีกจุดเด่นของกระจกสี Contemporary คือการผสมวัสดุ กระจกอาจไม่ได้อยู่ลำพัง แต่อยู่ร่วมกับ

ไม้ เหล็ก คอนกรีต หิน ทองเหลือง อะคริลิก หรือแม้แต่วัสดุรีไซเคิล การผสมวัสดุเหล่านี้ทำให้กระจกสีดูดิบ เท่ ลึก และมีมิติใหม่ ๆ ไม่ใช่ความสวยแบบหวานหรือหรู แต่เป็นความสวยแบบศิลปะร่วมสมัย


ในบ้านสมัยใหม่ กระจกสี Modern & Contemporary มักถูกใช้เป็น “จุดโฟกัส” มากกว่าจะกระจายอยู่ทั่วบ้าน เช่น แผงกระจกสีใหญ่หนึ่งบานในโถง ฉากกั้นกระจกสีระหว่างพื้นที่ ช่องแสงเหนือประตู ผนังศิลปะหลังโซฟา เพียงจุดเดียวก็สามารถเปลี่ยนบุคลิกของทั้งบ้านได้

ที่มาภาพ : <>HOME // HANNES PEER ARCHITECTURE


บ้านสไตล์มินิมอลนิยมใช้กระจกสีโทนอ่อนหรือโมโนโทน เพื่อเพิ่ม texture ให้พื้นที่โดยไม่ทำลายความเรียบ

บ้านสไตล์โมเดิร์นลักชัวรีนิยมใช้กระจกสีที่มีประกาย โลหะ หรือสีเข้มลึก เพื่อเพิ่มความหรูแบบร่วมสมัย

บ้านสไตล์ลอฟต์มักใช้กระจกสีร่วมกับโครงเหล็กดำ ทำให้ดูดิบ เท่ และมีความเป็นศิลปะอุตสาหกรรม


เสน่ห์ของกระจกสีในยุคนี้คือ “ความยืดหยุ่น” มันไม่บังคับว่าต้องสวยแบบไหน ไม่บังคับว่าต้องใช้สีอะไร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับอารมณ์ที่อยากสื่อบางงานดูนิ่ง เงียบ สงบ บางงานดูแรง กล้า และท้าทาย บางงานดูอบอุ่น อ่อนโย บางงานดูเท่ ดิบ และมีพลัง ทั้งหมดนี้เกิดจากแค่กระจก แสง และการจัดวาง


ในแง่ของงานสถาปัตยกรรม กระจกสี Modern & Contemporary มักถูกออกแบบไปพร้อมกับตัวอาคาร ไม่ใช่เอามาใส่ทีหลังเหมือนงานตกแต่งทั่วไป สถาปนิกจะคิดตั้งแต่แรกว่าแสงจะเข้ามุมไหน ช่วงเวลาไหน แสงกระทบกระจกแล้วจะตกลงพื้นหรือผนังอย่างไร ทำให้กระจกกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างประสบการณ์ของพื้นที่ กระจกสีจึงไม่ใช่ “ของประดับ” แต่เป็น “ส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรม” อย่างแท้จริง


อีกสิ่งที่ทำให้ยุค Contemporary น่าสนใจคือการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ เช่น กระจกนิรภัย

กระจกเคลือบพิเศษ กระจกที่ทนแดด ทนความร้อน การประกอบร่วมกับโครงสร้างสมัยใหม่ ทำให้กระจกสีสามารถใช้งานภายนอกอาคาร หรือในพื้นที่ที่เดิมทีไม่เหมาะกับสเตนกลาสแบบดั้งเดิมได้


ถ้ามองในเชิงอารมณ์ กระจกสีในยุคนี้สะท้อนตัวตนของเจ้าของบ้านหรือผู้ออกแบบมากที่สุด มันไม่ได้พูดถึงศรัทธาร่วม ไม่ได้พูดถึงธรรมชาติแบบสากล แต่มันพูดถึง “รสนิยม” และ “ตัวตน”ใครชอบความสงบ ก็เลือกงานนิ่ง ใครชอบความกล้า ก็เลือกงานแรง ใครชอบความเรียบ ก็เลือกงานโมโนโทน ใครชอบศิลปะ ก็เลือกงาน abstract ทั้งหมดนี้ทำได้ผ่านกระจกสี

ที่มาภาพ : glasitalia.com/en

ในภาพรวม Modern & Contemporary คือยุคที่กระจกสเตนกลาสกลายเป็นศิลปะเต็มรูปแบบอย่างแท้จริง จากวัสดุที่เคยทำหน้าที่รับใช้ศาสนาและสถาปัตยกรรม มาสู่การเป็นภาษาทางศิลปะอิสระที่ไม่มีกรอบ ไม่มีสูตร และไม่มีคำว่าถูกหรือผิด


มันคือยุคที่กระจกไม่ได้แค่ “สวย”

แต่ “สื่อสาร”

ไม่ได้แค่ “ให้แสง”

แต่ “สร้างอารมณ์”

และไม่ได้แค่ “ตกแต่ง”

แต่ “สร้างตัวตนให้พื้นที่”


นี่คือเหตุผลที่กระจกสี Modern & Contemporary กลายเป็นตัวเลือกสำคัญของบ้านยุคใหม่ คาเฟ่ แกลเลอรี โรงแรม และพื้นที่ศิลปะทั่วโลก เพราะมันไม่ใช่แค่งานช่าง แต่เป็นศิลปะที่มีชีวิต และเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับแสงและเวลาในทุก ๆ วัน

 
 
 

ความคิดเห็น


  • YouTube
  • Instagram
  • Facebook
  • Twitter
  • TikTok
  • Line

©2022 by ร้านประกายแก้ว Prakaykaew Stained Glass.

bottom of page