top of page

กระจกสีในสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัย

  • รูปภาพนักเขียน: kodchaponhk
    kodchaponhk
  • 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

กระจกสีในสถาปัตยกรรมไทยทุกวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภาพจำของงานในวัดหรือศาสนสถานอีกต่อไป แต่ค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบบ้าน โรงแรม รีสอร์ท และอาคารร่วมสมัยอย่างเป็นธรรมชาติ มันไม่ใช่แค่งานศิลป์ที่เอาไว้ชื่นชม แต่เป็นองค์ประกอบที่อยู่กับชีวิตประจำวัน อยู่กับแสง อยู่กับพื้นที่ และอยู่กับอารมณ์ของคนที่ใช้งานจริง ๆ


รากของกระจกสีในไทยเริ่มจากงานช่างในวัด ลวดลายไทยอ่อนช้อย ภาพพุทธประวัติ และสีสันที่สื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ กระจกสีถูกใช้เพื่อขับบรรยากาศให้สงบ ลุ่มลึก และน่าเคารพ เมื่อแสงแดดส่องผ่านกระจกเหล่านี้ พื้นที่ภายในวัดจะเปลี่ยนเป็นโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยสีและความนิ่งงัน ซึ่งเป็นภาพที่ฝังอยู่ในความทรงจำของคนไทยมานาน


แต่เมื่อแนวคิดเรื่องบ้านและสถาปัตยกรรมเปลี่ยนไป กระจกสีก็ถูกตีความใหม่ ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องศาสนา ไม่จำเป็นต้องมีลายไทยแบบเต็มรูปแบบอีกต่อไป มันเริ่มทำหน้าที่เป็นงานศิลปะเชิงดีไซน์ เป็นตัวสร้างบรรยากาศมากกว่าสัญลักษณ์ความศักดิ์สิทธิ์


ในบ้านสมัยใหม่ เรามักเห็นกระจกสีถูกใช้ในจุดเล็ก ๆ แต่มีพลัง เช่น ช่องแสงเหนือประตู หน้าต่างบานเล็กในโถงบันได หรือฉากกั้นบางส่วนระหว่างพื้นที่ ลวดลายจะเรียบขึ้น สีจะนุ่มลง เพื่อให้เข้ากับบ้านสไตล์โมเดิร์น มินิมอล หรือโมเดิร์นลักชัวรี แต่ยังคงเสน่ห์ของแสงและความเป็นงานศิลป์เอาไว้ครบถ้วน

โทนสีที่นิยมในบริบทไทยมักเป็นสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสงบ เช่น สีทอง สีอำพัน สีเขียวมรกต สีน้ำเงินเข้ม หรือสีแดงหม่น สีเหล่านี้มีความเป็นไทยโดยธรรมชาติ และเมื่อแสงส่องผ่านจะให้บรรยากาศที่นิ่ง ลึก และสง่างาม ไม่ฉูดฉาด แต่ทรงพลังในแบบเงียบ ๆ


ในโรงแรมและรีสอร์ท กระจกสีมักถูกใช้เพื่อสร้างประสบการณ์มากกว่าความสวยเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นแผงกระจกสีในล็อบบี้ ผนังกั้นในสปา หรือช่องแสงในโถงทางเดิน ทุกตำแหน่งถูกคิดมาเพื่อให้แสงทำงานกับอารมณ์ของพื้นที่ ทำให้แขกรู้สึกผ่อนคลาย อบอุ่น และรับรู้ถึงความประณีตแบบไทยตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา


สำหรับบ้านหรูหรือบ้านที่ออกแบบเฉพาะ กระจกสีมักถูกใช้เป็นงานศิลปะประจำบ้าน แทนภาพวาดหรือประติมากรรม แผงกระจกสีหนึ่งบานอาจกลายเป็นจุดเด่นที่สุดของบ้าน เป็นชิ้นงานที่สะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้านอย่างชัดเจน และไม่มีใครเหมือน เพราะถูกออกแบบขึ้นมาเฉพาะพื้นที่นั้นจริง ๆ


ความน่าสนใจของกระจกสีในสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยอยู่ที่การผสมผสานระหว่างความเป็นไทยกับความเป็นสากล บางงานอาจไม่มีลายไทยเลย แต่เลือกใช้โทนสีหรือจังหวะการจัดวางที่ให้ความรู้สึกแบบไทย บางงานอาจหยิบลายไทยมาลดทอนให้เรียบขึ้น จนดูร่วมสมัยและไม่หนักเกินไป

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้กระจกสีเหมาะกับบ้านในไทยมากคือความสัมพันธ์กับแสงแดด บ้านไทยเปิดรับแสงธรรมชาติอยู่แล้ว เมื่อมีกระจกสีเข้ามา แสงจะไม่ใช่แค่ความสว่าง แต่กลายเป็นสี เงา และอารมณ์ พื้นที่เดียวกันในตอนเช้า กลางวัน และเย็น จะให้ความรู้สึกต่างกันราวกับเป็นบ้านคนละหลัง


เสน่ห์ของงานกระจกสีในไทยยังอยู่ที่ฝีมือช่าง งานจำนวนมากยังเป็นงานประกอบมือ มีความไม่สมบูรณ์เล็ก ๆ ที่ทำให้รู้ว่านี่คือของทำจริง ไม่ใช่งานโรงงาน ความหนาบางของกระจก ความโค้งของเส้นตะกั่ว และจังหวะของสี ล้วนมีชีวิตในตัวเอง


ในยุคหลัง ๆ กระจกสีไทยเริ่มขยับเข้าใกล้งานศิลปะร่วมสมัยมากขึ้น มีทั้งงานนามธรรม งานโมโนโทน งานที่ใช้กระจกใสและกระจกฝ้าผสมกัน หรือแม้แต่งานที่แทบไม่มีสี แต่ใช้แสงและพื้นผิวเป็นตัวเล่าเรื่องแทน


กระจกสีจึงไม่ใช่แค่วัสดุตกแต่ง แต่เป็นภาษาอีกภาษาหนึ่งของสถาปัตยกรรม เป็นภาษาที่พูดผ่านแสง สี และความนิ่ง


ถ้าในตะวันตก กระจกสีเคยเป็นภาษาของศาสนา ในบริบทไทยร่วมสมัย มันกลายเป็นภาษาของความสงบ ความประณีต และความงามทางใจ


บ้านไทยยุคใหม่จึงมักใช้กระจกสีอย่างพอดี ไม่มากเกินไป ไม่โชว์เกินจำเป็น แต่เลือกตำแหน่งที่กระจกจะได้ทำหน้าที่เต็มที่ เป็นจุดโฟกัส เป็นจุดพักสายตา และเป็นจุดที่ทำให้บ้านมีเรื่องราว


สุดท้ายแล้ว กระจกสีในสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยคือการเดินทางจาก “ความศักดิ์สิทธิ์” มาสู่ “ความสงบงาม” จากงานวัดสู่งานบ้าน จากสัญลักษณ์ทางศาสนาสู่งานศิลปะในชีวิตประจำวัน มันไม่จำเป็นต้องอลังการ ไม่จำเป็นต้องเต็มพื้นที่แต่ต้องอยู่ถูกที่ ถูกจังหวะ และถูกอารมณ์และนั่นแหละ คือเสน่ห์ของกระจกสีแบบไทยร่วมสมัย สวยแบบนิ่ง ลึกซึ้ง และอยู่กับแสงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ความคิดเห็น


  • YouTube
  • Instagram
  • Facebook
  • Twitter
  • TikTok
  • Line

©2022 by ร้านประกายแก้ว Prakaykaew Stained Glass.

bottom of page